ตอนเป็นเด็กเราจะรู้สึกว่าเวลาผ่านไปเชื่องช้าเหมือนแมวบิดขี้เกียจ แต่พอเป็นนักศึกษาเราจะรู้สึกว่าเวลา 4 ปีในมหาวิทายาลัยนั้นแค่แป๊บเดียวเอง "ใช้ชีวิตให้คุ้ม" จึงเป็นคำแนะนำสุดฮิตในช่วงเวลานั้น อยากทำอะไรทำ อยากเป็นอะไรเป็น อยากฝึกอะไรฝึก เก็บเกี่ยวประสบการณ์ให้มากที่สุด ทั้งในและนอกห้องเรียน

            ยิ่งพอเข้าสู่วัยทำงานโตเป็นผู้ใหญ่ เราจะพบว่าเวลาผ่านไปไวเหมือนติดจรวด

            4 ปีของการทำงานเร็วกว่า 4 ปีในมหาวิทยาลัยอย่างเทียบกันไม่ติด ที่สำคัญการทำงานช่วงต้นเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อว่าเราจะทำ หรือจะเป็นอะไรกันแน่ในระยะยาว เพราะการค้นหาตัวเองหรือเปลี่ยนสายงานมากเกินไปก็ไม่ใช่เรื่องดี เพราะทุกครั้งต้องนับหนึ่งใหม่เสมอ(หากไม่มีผลงานชิ้นโบว์แดงหรือเส้นสาย) หลายคนที่เรียนจบมาตรงตามสายที่ตัวเองชอบ แล้วทำงานตามสายงานนั้นจึงไปได้ไกลกว่าปกติ เหมือนเลือกเส้นทางที่ถูกตั้งแต่แรก "เริ่มต้นดีมีชัยไปกว่าครึ่ง" จึงเป็นสัจธรรม ปัญหาส่วนใหญ่ที่คนทั่วไปเหล่านั้นพบก็เป็นเรื่องทั่วไปอย่าง งานหนัก งานเร่ง คนดราม่า หัวหน้าด่า ลูกน้องไม่เชื่อฟัง ทำงานไม่มีระบบ

            สิ่งเดียวที่ต้องรับมือ คือ จัดการกับความเครียดและแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ให้คั่งค้างทบต้นในวันต่อไป

            ส่วนอีกเคส น่าจะเป็นคนที่เรียนจบมาในสายที่ตัวเองไม่ชอบ แล้วทำงานสายนั้นมาหลายปี บางครั้งการเปลี่ยนงานใหม่ในช่วงเวลาที่ผิดรูปเช่นนี้ ก็อาจแลกมาด้วยการสูญเสียหลายสิ่งหลายอย่าง ทั้งเงินเดือนที่สูงลิบ ความมั่นใจ และพลังอำนาจ คนส่วนใหญ่จึงเลือกทำงานที่ไม่ชอบต่อไป การทำงานที่ไม่ชอบไม่ใช่เรื่องผิดร้ายแรง แต่จะผิดมากที่สุด หากคุณทำมันไปด้วยทัศนคติที่ว่าเกลียดงานที่ทำอยู่

            ทัศนคิตประมาณว่า "ไอ้งานบ้านกรูเกลียดเมิง"

            เพราะว่าความคิดนี้มันจะสะสมและฝั่งลงไปในสมองทุกวัน ก่อนจะลดทอนศักยภาพในการทำงานวันแล้ววันเล่า แล้วสะท้อนกลับมาเป็นความเครียดพร้อมโรคร้ายในอนาคต สิ่งเดียวที่คนกลุ่มนี้ต้องเปลี่ยน(หากไม่เปลี่ยนงาน ) ก็คือ ปรับทัศนคติใหม่ โยนทัศนคติเปลี่ยนข้ามฟาก ถึงไม่ชอบงานที่ทำก็ไม่เป็นไร แค่ลองทำมันให้ดีที่สุดเท่าที่ทำได้ เหมือนนกบางชนิดที่กกไข่ให้ลูกคนอื่นโดยไม่หวังผล เหมือนทหารที่ถูกเกณฑ์ไปรบในสงคราม ในเมื่อหลีกหนีไม่ได้แน่แล้ว ก็ทำมันให้ดีที่สุดไปเลย ด้วยทัศนคติดีๆ ที่ตื่นเช้าขึ้นมาพร้อมรอยยิ้ม เตรียมออกสู่สนามรบ ไปทำสงครามแห่งชีวิต เอาตัวรอดให้ได้จนกว่าสงครามจะจบ หากยังมีชีวิตอยู่ วันหนึ่งคุณจะได้กลับบ้าน ซึ่งนี่เป็นเพียงทางออกหนึ่งที่อยากแนะนำ แต่ถ้าใครสามารถเปลี่ยนไปทำงานที่ชอบได้ก็จะดีที่สุด

             แต่หากใช้ชีวิตมาเยอะในระดับหนึ่ง เราจะพบว่าแต่ละคนมีเงื่อนไขในชีวิตที่ต่างกันไป เช่น บางคนบ้านอาจรวยเว่อร์ บางคนเป็นแค่ชนชั้นกลาง บางคนไม่มีจะกิน บางคนต้องเลี้ยงดูพ่อแม่ บางคนต้องส่งน้องเรียน บางคนเลี้ยงดูเฉพาะตนเอง แต่ละคนจึงต้องแก้ปัญหาด้วยวิธีแตกต่างกัน เพราะโจทย์ต่างกันอย่างสิ้นเชิง วิชาชีวิตจึงไม่มีคำตอบสำเร็จรูป

            ส่วนเคสสุดท้ายนั้น น่าจะเป็นคนที่เรียนมาอย่างหนึ่ง แต่เลือกทำงานอีกอย่างหนึ่ง (สายนี้มีทั้งแบบประจำและฟรีแลนซ์) ก็มีเรื่องให้ต้องคิดมากกว่าปกติ เพราะปริญญาไม่ได้ช่วยอะไรเลย ว่าด้วยผลงาน พอร์ทฟอลิโอ และประสบการณ์ล้วนๆ หากเป็นนักยิมนาสติกคงถือเป็นท่ายาก หากพลาดคะแนนอาจติดลบ หากทำได้ก็แค่เสมอตัว เพราะกรรมการไม่มีคะแนนพิศวาสให้เหมือนรุ่นพี่ร่วมคณะ หรือเพื่อนร่วมวิชาชีพที่จบมาจากที่เดียวกัน

            "ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั้น" จึงเป็นคำพูดธรรมดาๆ ที่คนกลุ่มนี้เลือกใช้และได้ผลชะงัดในระยะยาว ยิ่งประกอบกับวิธีคิดแบบ Proactive (http://porglon.exteen.com/20111024/entry อ่านได้ในเอนทรี่นี้) ก็ทำให้ท่ายากดังกล่าวไม่ยากเกินไป

            เวลาในชีวิตนั้นผ่านไปไวเหมือนโกหกจริงๆ หากใครยังค้นหาตัวเองไม่เจอก็ลองถามตัวเองดีๆ อีกที เพราะ "เริ่มต้นดีมีชัยไปกว่าครึ่ง" ครับ

 

 

 

Comment

Comment:

Tweet

เขียน อ่าน ดี ครับ

#12 By คน/รัก/เขียน on 2012-08-27 01:22

ผมจำได้ว่าเดือนที่แล้วมกรานะครับ sad smile

แก่ซะแล้วembarrassed

#11 By keaaaa on 2011-12-18 14:57

วันคืนล่วงไป ล่วงไป ... เราทำอะไรอยู่ Hot! Hot!

#10 By utopui on 2011-12-16 01:53

Hot! Hot! Hot!
ไ้ด้คมข้อคิดจริงๆ
เวลาได้ผ่านไปเร็วจริงๆ

#9 By : : p l o y d : : on 2011-12-15 19:47

Hot! Hot!

#8 By Sea on 2011-12-15 07:48

อยากกลับไปเป็นเด็ก มีเวลาเหลือๆ T_T

#7 By [ Sai ];charot on 2011-12-15 00:50

ชอบค่ะ big smile

#6 By ตรีพันธ์ on 2011-12-10 22:17

กำลังเริ่มต้นอยู่ครับ
Hot! อยากให้ได้ลองอ่านหนังสือ "พ่อรวยสอนลูก" ครับ มีแนวคิดดีๆ ที่เปลี่ยนผมมาแล้ว
เรารู้สึกเสมอว่าอยากจบไปแล้วทำงานดีดี อย่างน้อยๆ ก็ให้ได้มีงานทำ และเป็นงานที่เรารัก

ตอนนี้เหมือนก็กำลังอยู่ในโลกจำลองของการทำงาน
อยู่ในโลกที่พออยู่ไปนานๆ ก็ไม่อยากอยู่
แต่ยังออกไปไม่ได้ แต่ใกล้จะหมดเวลาแล้ว

ข้อดีของมันคือ ทำให้รู้ว่าเราไม่ชอบอะไร
และจะไม่กลับไปหามันอีก

ถ้ามันไม่ใช่ที่ของเรา
ทำยังไงก็คงไม่ใช่ที่ของเรา

Hot!

#3 By iamdozenist on 2011-12-10 19:23

Hot! Hot! Hot!

ได้มุมคิดดี ๆ มากเลยครับ^^

ถ้าเริ่มต้นได้ดี.. ผมว่า เราจะไปไวจริง ๆ ^^big smile big smile big smile

อ่านแล้วเหมือนโดนจี้จุด ขยับไม่ได้เลยแฮะ

Hot! Hot! Hot!

#1 By omega on 2011-12-10 11:30