สวัสดีเด็กหนุ่มสาวทุกคน ช่วงนี้เป็นอย่างไรกันบ้าง ได้ข่าวว่าข้อสอบโอเน็ตที่ใช้อยู่มีปัญหาให้พูดถึงกันอีกแล้ว ขณะนี้หลายคนคงกำลังถกเถียงกันอยู่ในทีวีและหลายคนคงกำลังบ่นอยู่บนเว็บไซด์ พวกคุณคงสงสัยว่า ทำไมข้อสอบที่ควรจะเป็นมาตราฐานและผ่านการกลั่นกรองมาอย่างดีแล้วจึงมีปัญหาขนาดนี้ แล้วในอนาคตข้างหน้าคุณจะฝากความหวังไว้กับสังคมไทยได้อย่างไร คำตอบที่น่าเจ็บปวดที่ผมไม่อยากบอกคือ ไม่ได้หรอกครับ คุณไม่สามารถฝากความหวังไว้กับประเทศไทยในขณะนี้ได้สักเท่าไหร่ ประเทศที่เงินภาษีของคุณไม่สามารถซ่อมฟุตบาธตามท้องถนนได้  ไม่มีรถไฟฟ้าให้ใช้ครอบคลุม มีแต่การตัดถนนและทางด่วนเพิ่ม มีค่านิยมให้ใช้รถส่วนตัวมากกว่ารถสาธารณะ มีรถเมล์ที่ผุพังเก่าไปตามเวลาแถมไม่ได้เช็ดล้าง ไม่มีรถไฟหัวกระสุน มีเพียงรถไฟเก่าเมื่อสามสิบปีก่อน ไม่มีทางจักรยาน ไม่มีสวนสาธารณะ และไม่มีห้องสมุด

            คงไม่ใช่เรื่องง่ายที่คุณจะฝากความหวังไว้กับประเทศแบบนี้ได้ ประเทศที่เงินภาษีส่วนหนึ่งหมดไปกับการทำถนนข้ามแยกตามต่างจังหวัดทั้งๆ ที่ก็ไม่ได้มีความจำเป็นอะไรขนาดนั้น เงินภาษีอีกส่วนเอาไปสร้างเขื่อนเพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วม ทว่าปีที่แล้วน้ำท่วมเยอะจนน่าแปลกใจ ทั้งๆ ที่เรามีหน่วยงานบริหารจัดการน้ำกินภาษีประชาชนอยู่ 33 หน่วย ซึ่งผมไม่รู้หรอกครับว่าแต่ละโครงการก่อสร้างถนน ทางด่วน และอุโมงค์เพื่อให้รถติดเพิ่มขึ้นนั้น ผู้เซ็นอนุมัติจะได้รับค่าคอมมิชชั่นเป็นสัดส่วนเท่าไหร่ แต่คิดว่าน่าจะมากพอที่จะเอามาสร้างสาธารณูประโภคส่วนกลางให้คนไทยได้ใช้กันด้วยรอยยิ้ม

            ฟังดูเลวร้ายมากใช่ไหมครับว่าทำไมคุณอายุ 17-18 ปีต้องมาฟังเรื่องพวกนี้ด้วย แค่สอบเข้ามหาวิทยาลัยก็หนักหัวจะแย่แล้ว เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใกล้ตัวสักหน่อย

            อย่าห่วงไปเลยครับผมเข้าใจสภาพนี้ดี สภาพที่ต้องตะบี้ตะบันอ่านหนังสือสอบหลากหลายวิชา เครียด กดดันและสับสน อกจะแตกตาย ไม่รู้ว่าอนาคตข้างหน้าจะเป็นยังไง ผมเองยังจำได้ดีว่าต้องตื่นตอนตีสี่ แล้วเอาน้ำเย็นที่แช่ไว้ในตู้มาราดหัวเพื่อลบความสะลึมสะลือทิ้งไป ก่อนกลับมานั่งแก้โจทย์ฟิสิกส์ที่ไม่เคยเจอ ชั่วโมงต่อมาก็นั่งวาดรูปคน รถ บ้านให้เชี่ยวชาญ ไม่อาจปฏิเสธได้ว่านั่นคือช่วงหนักหนาที่สุดที่เด็กหนุ่มสาวทุกคนต้องเจอก็ว่าได้ครับ

            แต่ว่าเหตุที่พวกคุณต้องรับฟังเรื่องพวกนี้ไว้บ้าง เพราะว่าหลังจากเข้าเรียนในมหาวิทยาลัย 4 ปีที่เป็นช่วงที่ดีที่สุดในชีวิต คุณจะได้จบออกมาเจอกับมันแน่ๆ ปัญหาที่ผู้ใหญ่ในสังคมและคุณได้เก็บซ่อนไว้มาตลอด และบางทีข้อสอบโอเน็ตที่เป็นปัญหาอยู่ในขณะนี้อาจกลายเป็นเรื่องเล็กไปเลย

            พวกคุณคงสงสัยต่อว่า ถ้าฝากความหวังไว้กับสังคมปัจจุบันไม่ได้แล้วจะฝากไว้กับใครดีล่ะ ผมอยากบอกว่าคำตอบนั้นหาที่ไหนไม่ได้นอกจากที่หน้ากระจกครับ เดินไปส่องแล้วคุณจะเจอเขาคนนั้น ยิ้มให้เขาสักครั้งแล้วเขาจะยิ้มตอบ คนๆ นั้นมีศักยภาพพอที่คุณจะฝากความหวังทุกเรื่องในชีวิตได้ แล่บลิ้นให้เขาสักครั้งเขากะไม่โกรธ ชูนิ้วกลางให้เขาสักหน่อยเขาก็จะเฉยๆ เห็นความพิเศษในตัวเขาหรือยังครับ

            เพียงแต่สิ่งที่คุณต้องระวังให้ดีก็คือ ทัศนคติลบ การมองโลกในแง่ร้าย และความไม่รู้จริงที่จะต้องพบเจอในแต่ละวัน ที่จะคอยลดทอนศักยภาพที่มีของเขาไปจนหมด ปีเดียวหรือสองปีที่ออกมาทำงานก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้คนพิเศษของคุณพ่ายแพ้ได้ครับ

            ทัศนคติลบและความไม่รู้จริงนั้นน่ากลัวนะครับ เพราะมันแฝงตัวอยู่ในความรู้จริงอย่างแนบเนียน มันซ่อนอยู่ในหนังสือหลายเล่ม ซ่อนอยู่ในทีวีหลายช่อง ซ่อนอยู่ในหนังเรื่องโปรด ซ่อนอยู่ในบทเพลง ซ่อนอยู่ในหนังสือที่ได้รางวัล ซ่อนอยู่ในเพื่อนบางคน ซ่อนอยู่ในคำพูดของรุ่นพี่ ซ่อนอยู่ไอดอลที่เราชื่นชอบ ซ่อนอยู่ในคำคม ซ่อนอยู่ในนักวิชาการ และที่น่ากลัวที่สุดคือ ซ่อนอยู่ในตัวเราเอง

            โดยมีเพียงไม่กี่สิ่งที่จะช่วยให้เขารอดพ้นจากทัศนคติลบๆ เหล่านั้นได้ ก็คือ

             การมีเป้าหมายในชีวิตที่ชัดเจน(ว่าอยากทำอะไร อยากเป็นอะไร) การรู้จักตัวเองดีพอ การทบทวนตัวเองอย่างสม่ำเสมอ การค้นหาตัวเองให้เจอ การวางแผนชีวิตล่วงหน้า 5 ปีหรือ 10 ปี การปรับแผนตามสถานการณ์ ความมุ่งมั่นและตั้งใจ การไม่ยอมแพ้ การประเมินตัวเอง การแสวงหาความรู้ใหม่ การอ่านหนังสือที่ดี  การรักในสิ่งที่ทำ การทำในสิ่งที่รัก การอดทนและรู้จักรอคอย การมีกำลังใจดี การปล่อยวางในบางเรื่อง ความกระตือรือร้นที่จะมีชีวิต การทำสิ่งดีๆ ให้เกิดขึ้นกับชีวิตบ่อยๆ การเลิกจับผิดคนอื่นแล้วหันมาจับผิดตัวเอง และการช่วยเหลือคนอื่นตามโอกาสสมควร

            ...............

            สุดท้ายนี้ ขอให้ทุกคนเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ทรงคุณค่าและประสิทธิภาพครับ

 

 

 

           ปล. สอบโอเน็ตเสร็จแล้วอย่าลืมไปเที่ยวให้สนุก จงเก็บเกี่ยวประสบการณ์ล้ำค่า 4 ปีในมหาวิทยาลัย เรียนให้สนุก เล่นให้สนุก ค้นหาตัวเองให้เจอ มีแฟนสักคน ถ้าชอบก็บอกไปเลยว่าชอบ ถูกปฏิเสธเป็นเรื่องธรรมดาแต่จะได้ไม่เสียเวลามาก แล้วจะได้ไปชอบคนใหม่แทน(ทุกคนดีพอๆ กัน) ขอให้สนุกสนานมากเท่าที่จะมากได้ แล้วจบออกมาช่วยกันปรับปรุงประเทศให้น่าอยู่กว่าเดิมครับ

Comment

Comment:

Tweet

Hot! Hot! Hot!

#10 By dp on 2012-02-26 23:29

มันเหมือนเราก้าวขึ้นบันไดนะคะ
อายุเพิ่มขึ้น เรียนสูงขึ้น แน่นอนว่าต้องรับผิดชอบมากขึ้น

เหมือนอย่างตอนเข้ามหาวิทยาลัย
เหมือนกระโดดขึ้นบันไดทีเดียวสามขั้นเลยล่ะ
กว่าจะมาถึงวันนี้ได้ เล่นเอาเหนื่อยพอตัวเลยค่ะ



big smile big smile
ขอบคุณมากๆเลยค่ะ


Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

#9 By จับฉ่าย on 2012-02-26 22:41

เด็กรุ่นนี้ได้เปรียบจะตาย

รู้ตัวตั้งแต่เด็กแล้วว่า

ไม่ควรหวังพึ่งใคร อย่าหวังพึ่งระบบการศึกษา

เพราะผลงานคุณภาพประจักษ์ตาแล้ว

นอกจากพึ่งตัวเอง พึ่งการศึกษาของตัวเอง

ถ้าหากอยากให้ชีวิตได้ดี ต้องพึ่งการศึกษาด้วยตัวเองทำเท่านั้น

#8 By ของชำร่วย (223.205.50.121) on 2012-02-25 19:38

Hot! Hot! Hot!

ทำให้เต็มในทุกๆวัน วัยที่ล่วงเลยผ่าน

ไม่สามารถย้อนคืน หลายๆ อย่าง

ยิ่งตอนเรียน เป็นช่วงที่น่าจดจำที่สุด

open-mounthed smile open-mounthed smile

#7 By finch on 2012-02-25 17:12

พี่กอล์ฟคะ อ่านแล้วอึ้งค่ะ พี่คิดได้สุดยอดมาก

#6 By polaris (49.228.224.110) on 2012-02-25 12:37

เป็นกำลังใจให้น้องๆ ที่กำลังสอบด้วยค่ะ big smile Hot!

#5 By ตรีพันธ์ on 2012-02-24 22:33

เดี๋ยวไปยืนอยู่หน้ากระจกทักทายคนที่ฝากความหวังไว้ได้ดีกว่า
Hot! Hot! Hot! Hot!

#3 By givgiw on 2012-02-24 20:22

Hot! Hot! โดนใจแบบบอกไม่ถูกเลยค่ะbig smile

#2 By อัตตา on 2012-02-24 19:29

Hot! Hot!

ขอบคุณสำหรับกำลังใจดีๆครับ double wink

#1 By นายอะติม on 2012-02-24 18:45